กองทุน Bitcoin ETF เผชิญเงินไหลออก 5.53 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐฯ บันทึกสัปดาห์ที่แปดติดต่อกันของกระแสเงินสุทธิไหลออก (ราว 527 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว) และมียอดไหลออก 5.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ส่งสัญญาณว่าอุปสงค์จากสถาบันอ่อนแรงลงและกดดันบรรยากาศความเสี่ยงของคริปโตในวงกว้าง กระแสเงินไหลเข้าเพียงวันเดียวไม่สามารถพลิกแนวโน้มรายสัปดาห์ได้ ขณะที่กองทุนของ BlackRock ขยายสถิติการไถ่ถอนต่อเนื่องเป็นเวลา 11 ช่วงการซื้อขาย การรีบาวด์ของบิตคอยน์และการสะสมโดยวาฬช่วยชดเชยสัญญาณเชิงลบจากกระแสเงินบางส่วน บ่งชี้ถึงการวางสถานะในระยะใกล้ที่ผันผวน
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+2.10%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว หลังเผชิญกระแสเงินไหลออกต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ส่งผลให้ยอดไหลออกสุทธิสะสมในปี 2026 แตะราว 5.53 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาบิตคอยน์เริ่มฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 63,000 ดอลลาร์ สะท้อนภาพตลาดที่ยังส่งสัญญาณผสม ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. ถึง 2 ก.ค. (เวลาสหรัฐฯ) กองทุน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 527 ล้านดอลลาร์ นับเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกันที่เงินไหลออก และเป็นสถิติช่วงขาลงยาวที่สุดนับตั้งแต่หน่วยงานกำกับอนุมัติผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยเดือนมิ.ย.เพียงเดือนเดียวมีเงินไหลออกมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ก่อนกลางเดือนพ.ค. กองทุนกลุ่มนี้ไม่เคยเผชิญสัปดาห์ติดลบเกิน 5 สัปดาห์ติดต่อกัน แม้ปลายสัปดาห์จะเริ่มเห็นสัญญาณบวกเมื่อวันที่ 2 ก.ค. มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิราว 221.7 ล้านดอลลาร์ ปิดฉากช่วงถอนเงินต่อเนื่อง 10 เซสชันที่ดึงสภาพคล่องออกไปราว 2.7 พันล้านดอลลาร์ โดย Fidelity เป็นผู้นำด้วยเงินไหลเข้าประมาณ 166 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย ARK 21Shares ราว 91.8 ล้านดอลลาร์ และ VanEck ที่มีเงินไหลเข้าเล็กน้อย แต่แรงขายสะสมก่อนหน้านี้ยังมากเกินกว่าที่การฟื้นตัวเพียงวันเดียวจะพลิกภาพรวมรายสัปดาห์ได้ ฝั่ง BlackRock เคลื่อนไหวสวนทาง โดยกองทุน Bitcoin ของบริษัทมีเงินไหลออกอีกราว 40.4 ล้านดอลลาร์ ทำให้สถิติไหลออกต่อเนื่องขยายเป็น 11 เซสชันติดต่อกัน รวมช่วงดังกล่าวมีเงินไหลออกประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ด้านราคาบิตคอยน์ ช่วงต้นสัปดาห์ร่วงหลุด 58,000 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ 63,150 ดอลลาร์ในวันเสาร์ โดยข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาดช่วยหนุนมุมมองว่าความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดลง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ยังระมัดระวัง โดยชี้ว่าการฝากเหรียญเข้ากระดานเทรดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความผันผวนระยะสั้นสูงขึ้น หากแรงขายกลับมาอีกครั้ง นักลงทุนจึงจับตาสัญญาณ on-chain ควบคู่กับทิศทางกระแสเงินของ ETF ขณะเดียวกัน Spot Ethereum ETF ก็เผชิญเงินไหลออกสุทธิ 8 สัปดาห์ติดต่อกันเช่นกัน แต่เริ่มเห็นเงินไหลเข้ารายวันกลับมาในวันที่ 1 และ 2 ก.ค. โดยกองทุน Ethereum ของ BlackRock ดึงเงินเข้าได้เกือบ 29.7 ล้านดอลลาร์ในเซสชันล่าสุด ส่วน Hyperliquid ETFs ยังเป็นบวกด้วยเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ 4.3 ล้านดอลลาร์ แม้อุปสงค์จะชะลอลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ทำสถิติสูงสุด อีกด้านหนึ่ง นักลงทุนรายใหญ่ยังสะสมบิตคอยน์ต่อเนื่อง โดยกระเป๋า "วาฬ" (whale wallets) ซื้อสะสมราว 270,000 BTC ในเดือนมิ.ย. ภาพการสะสมดังกล่าวตัดกับแรงขายจากฝั่ง ETF อย่างชัดเจน และเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ตลาดจับตาเพื่อประเมินทิศทางในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า