Smarter Web บริษัทถือบิตคอยน์ในงบขาย 177 BTC ปิดหนี้แปลงสภาพก่อนกำหนด

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Smarter Web ขาย 177.89 BTC เพื่อชำระคืนตราสารแปลงสภาพมูลค่า 11.7 ล้านดอลลาร์ล่วงหน้า ช่วยขจัดความเสี่ยงจากการลดสัดส่วนการถือหุ้น และทำให้โครงสร้างเงินทุนของบริษัทง่ายขึ้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำภาวะการระดมทุนที่ตึงตัวมากขึ้นสำหรับบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงทั้งอุตสาหกรรมจากการสะสมแบบทางเดียวไปสู่การขายแบบฉวยโอกาสเพื่อชำระหนี้สินและรักษาสภาพคล่อง แม้ว่า Smarter Web ยังคงถือครองประมาณ 2,700 BTC แต่พาดหัวข่าวดังกล่าวยิ่งตอกย้ำกรอบเรื่องเล่าเกี่ยวกับแรงกดดันด้านการระดมทุนรอบผู้ถือครอง BTC ในภาคธุรกิจ
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT-1.12%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
● Neutral
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Smarter Web Company บริษัทจดทะเบียนในลอนดอนเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้ชำระคืนเงินจำนวน 11,698,540 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ตราสารแปลงสภาพ Smarter Convert ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในเครือ TOBAM เร็วกว่ากำหนดราวสองสัปดาห์ หลังระดมทุนโครงสร้างดังกล่าวซึ่งประกาศครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2025 บริษัทใช้เงินจากการขายบิตคอยน์ 177.8909127 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 65,762 ดอลลาร์ต่อเหรียญเพื่อชำระคืนทั้งหมด โดยบิตคอยน์ที่ขายครั้งนี้เป็นจำนวนเท่ากับที่ได้มาจากเงินที่เกิดจากการจองซื้อในดีลดังกล่าวพอดี ข้อตกลงเดิมกำหนดให้นำอย่างน้อย 98% ของเงินไปลงทุนในบิตคอยน์ แต่ Smarter Web ลงทุน 100% ในคริปโตเคอร์เรนซี จึงชำระคืนด้วยบิตคอยน์ที่ซื้อจากเงินก้อนนั้นตามเงื่อนไข การชำระคืนยังทำให้ความเป็นไปได้ในการออกหุ้นสามัญ 7,718,551 หุ้นที่ผูกกับตราสารแปลงสภาพหมดไป Smarter Web ระบุว่าหุ้นดังกล่าว รวมถึงบิตคอยน์ 177.89 BTC ที่ขายเพื่อใช้ชำระหนี้ ถูกนำออกจากการคำนวณตัวเลขคลังบิตคอยน์แบบ fully diluted ของบริษัทแล้ว หลังทำรายการ บริษัทยังคงถือครองบิตคอยน์ 2,700 BTC ทำให้เป็นผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ลำดับที่ 28 ของโลกในกลุ่มบริษัทมหาชน Andrew Webley ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า โครงสร้างการระดมทุนดังกล่าวช่วยเสริมความแข็งแกร่งของงบดุลในช่วงเริ่มต้นของกลยุทธ์คลังบิตคอยน์ แต่ปัจจุบันไม่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญด้านการจัดสรรเงินทุนของบริษัท พร้อมระบุว่าตราสารแปลงสภาพยังอาจเป็นเครื่องมือทางการเงินได้ แต่ขณะนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับ Smarter Web ดีลนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริษัทแนวทาง digital asset treasury (DAT) หลายรายเริ่มขยับจากยุทธศาสตร์สะสมบิตคอยน์อย่างเดียวโดยไม่ลดพอร์ต เมื่อต้นปี Strategy ยุตินโยบายไม่ขายบิตคอยน์ที่ยึดถือมายาวนาน โดยขาย 32 BTC ในเดือนพฤษภาคมเพื่อทำ tax-loss harvesting และขายเพิ่มอีก 3,588 BTC ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม เพื่อใช้สนับสนุนการจ่ายผลตอบแทนหุ้นบุริมสิทธิและเสริมสภาพคล่องเงินสด ส่งผลให้ Strategy ขายรวม 3,620 BTC ในปี 2026 ท่ามกลางเงื่อนไขการระดมทุนคลังสินทรัพย์ที่ตึงตัวขึ้น ด้าน Satsuma Technology ก็เพิ่งยุติกิจการตามแผนคลังบิตคอยน์ โดยผู้ถือหุ้นอนุมัติการชำระบัญชีบริษัท ขายบิตคอยน์ที่เหลือ 668 BTC เคลียร์ภาระหนี้ และจ่ายเงินที่เหลือคืนให้นักลงทุน หลังราคาหุ้นร่วงมากกว่า 99% จากจุดสูงสุด และธุรกิจเผชิญแรงกดดันจากมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลง ภาพรวมปี 2026 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัทกลุ่ม DAT เมื่อราคาบิตคอยน์อยู่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่หลายบริษัทเข้าซื้อ ทำให้บริษัทที่พึ่งการออกหุ้นเหนือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหรือระดมทุนผ่านตราสารแปลงสภาพเจอเงื่อนไขการเงินที่ยากขึ้นจากการประเมินมูลค่าหุ้นที่อ่อนตัว ความแตกต่างเชิงโครงสร้างระหว่างการถือบิตคอยน์โดยตรงกับการลงทุนผ่านบริษัทคลังบิตคอยน์ในตลาดหลักทรัพย์จึงเด่นชัดขึ้น เมื่อหุ้นบริษัทซื้อขายด้วยส่วนลดมากเมื่อเทียบกับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถืออยู่ การออกหุ้นเพิ่มทุนยิ่งไม่น่าดึงดูด ขณะที่ภาระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานยังกดดันงบดุลต่อเนื่อง แม้จะขายบิตคอยน์เกือบ 178 BTC แต่ Smarter Web ย้ำว่าไม่ได้ถอยห่างจากบิตคอยน์ โดยมองการปิดตราสาร TOBAM ก่อนกำหนดเป็นการปรับรูปแบบการระดมทุนมากกว่าการยุติยุทธศาสตร์คลังสินทรัพย์ บริษัทระบุว่ายังคงรับชำระค่าบริการออกแบบเว็บไซต์และการตลาดดิจิทัลด้วยบิตคอยน์ และยังยึดบิตคอยน์เป็นแกนหลักของนโยบายคลังเงิน การปลดภาระตราสารดังกล่าวช่วยตัดความเสี่ยงการลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นในอนาคตและทำให้โครงสร้างเงินทุนเรียบง่ายขึ้น สะท้อนว่าบริษัทกำลังปรับวิธีจัดหาเงินทุนสำหรับกลยุทธ์คลังบิตคอยน์ มากกว่าจะละทิ้งแนวทางนี้ทั้งหมด