IBIT ของ BlackRock นำเงินไหลเข้า Bitcoin ETF เพิ่ม 209 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 6 ก.ค.

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
IBIT ของ BlackRock เป็นผู้นำอุปสงค์ของ ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิราว ~$209M ส่งผลให้เงินไหลเข้าสุทธิรวมของ ETF บิตคอยน์เพิ่มขึ้นเป็นราว ~$266M และบ่งชี้ถึงการกลับมาของความต้องการรับความเสี่ยงจากสถาบันอีกครั้ง หลังจากช่วงที่มีเงินไหลออกต่อเนื่องเมื่อเร็วๆ นี้ในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ด้วยสินทรัพย์สุทธิราว ~$46.5B ความเป็นผู้นำด้านกระแสเงินของ IBIT สามารถทำให้สภาพคล่องในตลาดสปอตตึงตัวลงในเชิงกลไก และขยายความไวของราคาที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสเงิน ETF สปอตของอีเธอเรียมก็มีเงินไหลเข้าเช่นกัน (ราว ~$29.1M) แต่มีขนาดที่เล็กกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.39%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงเม็ดเงินในกลุ่ม ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐฯ โดยวันที่ 6 กรกฎาคม IBIT มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 209 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมของ Bitcoin spot ETF ทั้งตลาดอยู่ที่ประมาณ 266 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า IBIT เพียงกองทุนเดียวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของกระแสเงินทั้งหมดในวันนั้น ปัจจุบันกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิราว 46.5 พันล้านดอลลาร์ สะสมขึ้นภายในเวลาราว 1 ปีครึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2024 ฝั่ง Ethereum spot ETF ก็ทำผลงานได้ดี โดยมียอดเงินไหลเข้าสุทธิ 29.082 ล้านดอลลาร์ นำโดย iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock ทั้งนี้ ในวันที่ 6 กรกฎาคม Bitcoin ETF ดึงเงินทุนได้มากกว่า Ethereum ETF ประมาณ 9 เท่า นัยสำคัญที่มากกว่าแค่รายงานกระแสเงินรายวัน ตัวเลขวันที่ 6 กรกฎาคมเกิดขึ้นหลังตลาดเผชิญความผันผวนและช่วงเงินไหลออกต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ช่วงดังกล่าวเป็นบททดสอบสำคัญว่าผู้ลงทุนสถาบันจะมองจังหวะย่อตัวเป็นสัญญาณถอนตัวหรือเป็นโอกาสเข้าซื้อ การกลับมาของเงินไหลเข้าชี้ว่ากลุ่มที่อยู่ต่อท่ามกลางความผันผวนกำลังเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากกว่าลดพอร์ต รูปแบบที่ IBIT ครองสัดส่วนเกิน 50% ของกระแสเงินรายวันในวันที่เงินไหลเข้าแรง เริ่มกลายเป็นภาพคุ้นตา ปัจจัยหนึ่งมาจากเครือข่ายเดิมของ BlackRock กับผู้จัดการความมั่งคั่ง กองทุนบำเหน็จบำนาญ และแพลตฟอร์มสถาบัน ซึ่งเป็นช่องทางเข้าถึงที่คู่แข่งทำซ้ำได้ยาก ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ ด้วยขนาดสินทรัพย์สุทธิ 46.5 พันล้านดอลลาร์ IBIT ไม่ได้เป็นกองทุนหน้าใหม่อีกต่อไป และเริ่มมีอิทธิพลต่อสินทรัพย์อ้างอิงมากขึ้น วันใดที่มีเงินไหลเข้าในระดับสูง อาจส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาบิตคอยน์ในตลาดสปอต และวงจรป้อนกลับดังกล่าวเป็นปัจจัยที่นักเทรดเชิงรุกนำไปใส่ในกลยุทธ์แล้ว สำหรับ Ethereum ETF เปิดตัวช้ากว่า Bitcoin ETF เผชิญการพิจารณาด้านกฎระเบียบเข้มข้นกว่า และยังอยู่ระหว่างสร้างฐานผู้ลงทุนสถาบัน โดย ETHA ของ BlackRock ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ethereum สอดคล้องกับผลงานเด่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม